ถนนมิตรภาพ ๒๗ - ถนนชีวิต (1)
posted on 03 Nov 2010 09:18 by sicknesssociety in Project1ถนนมิตรภาพ ๒๗ - ถนนชีวิต (1)
ประจำวันจันทร์ที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๓
โดย กากะเยีย

“ใครจะเล่าจะรู้ว่าชายหนุ่มที่มีชาติกำเนิดเป็นผู้ดีเก่าจะมามีสภาพไม่ต่างกับชาวบ้านธรรมดาๆ หาเช้ากินค่ำคนหนึ่ง”
ในเมื่อความหมายของการใช้ชีวิตไม่ได้มีเขียนไว้ตามเสาไฟฟ้าหรือป้ายโฆษณาริมทาง หรือแม้แต่ในหนังสือพจนานุกรมไล่มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ก็ไม่เคยได้ยินว่ามีการบัญญัติไว้ ฉะนั้นหากใครที่กำลังมองหาคู่มือการใช้ชีวิตเผื่อพกติดตัวไว้ดูแลตัวเองสักเล่ม ก็คงน่าจะหายากสักหน่อย แต่สำหรับเขาแล้ว เมื่อถูกความคิดที่แก่เกินแกงของตัวเองรบเร้าบ่อยครั้งเข้า ไอ้เรื่องความแข็งที่ว่าเยี่ยงหินผาก็ดูจะปวกเปียกไปโดยสิ้นเชิง ด้วยความเชื่อที่ว่า “หากมีชีวิตแล้วไม่ใช้ จะมีไปทำไม” เพราะเหตุนี้เองเขาจึงเลือกที่จะลบความฟู่ฟ่ามั่งมีทางครอบครัวของตัวเองลงเป็นอันดับแรก ด้วยการออกบวช แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอที่จะอธิบายความหมายของการใช้ชีวิต ระยะเวลาการจำพรรษาของเขาในครั้งนั้นเลยดูไร้ค่าไปโดยปริยาย
เขากลับมาสวมเครื่องแบบคนธรรมดาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ความธรรมดาของเขาเลือกที่จะขึ้นรถไฟเดินทางไปส่งเขายังจุดหมายที่เขาไม่เคยคุ้น แต่ก็ไม่ใช่ความธรรมดาของเขาหรอกที่ไปส่งเขา เป็นตัวเขาเองเสียมากกว่าที่เลือกเช่นนั้น
เขาต้องใช้ชีวิตด้วยความยากลำบากในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย อาศัยอยู่ร่วมกับคนอื่นๆ ในแคมป์คนงาน ไม่มีความหรูหราเดินพลุกพล่านแบบเมื่อก่อน วันหนึ่งๆ ของเขานั้นหมดไปกับการรับจ้างขุดหลุมลึกหนึ่งเมตรกว้างหนึ่งเมตร แรกๆ เขาขุดได้เพียงวันละหนึ่งหลุม ขณะที่เพื่อนร่วมงานขุดได้วันละห้าหรือหกหลุม แต่เขาก็ไม่เคยท้อในเมื่อมีสองมือเท่ากัน กระทั่งสองเดือนให้หลัง เขาขุดได้เท่ากับคนอื่นๆ และตั้งแต่นั้นมาเขาก็เริ่มต้นปฐมบทของการใช้ชีวิตในแบบของตัวเองด้วยความมั่นใจ เขารู้จักดูแลตัวเองมากขึ้น ก่อนจะค่อยๆ ศึกษาวิธีการดูแลคนอื่นๆ ในเวลาต่อมา
“เกิดมาเป็นคนทั้งที ควรทำความดีเอาไว้บ้าง ไม่ต้องทำเยอะ แต่ขอให้ทำ”
เขาจดจำประโยคที่เจ้าอาวาสเคยพร่ำสอนได้ดี
วันว่างเขามักจะเดินทางเข้าป่า พร้อมกับเต็นท์และเปลญวนที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงเมื่อคราวไปรับจ้างตัดอ้อยของเศรษฐีในหมู่บ้านคนหนึ่งไปด้วยเสมอ ด้วยเหตุที่เขาชอบต้นไม้ ภูเขา ความเป็นธรรมชาติ แม้ว่าเพื่อนหลายคนจะพยายามห้ามปรามเขา เพราะกลัวจะมีอันตราย แต่หากนั่นมันคือการใช้ชีวิตสำหรับเขา เพื่อนหลายคนจึงทำได้แค่มองเขาเดินลับไป ก่อนจะภาวนาหรือด่าทอในวันที่เขากลับมา
ไม่แปลกที่โลกเลือกที่จะยื่นรอยยิ้มให้กับคนอย่างเขาในวันที่ความเศร้ามาเยือน
หลังจากได้ข่าวว่าพ่อตายทางหน้าหนังสือพิมพ์ เขาจึงตัดสินใจกลับไปยังบ้าน เพื่อไปไหว้ขอขมาศพพ่อ หลังจากที่เขาไม่เคยติดต่อพ่อหรือส่งข่าวให้ทางบ้านรู้เลย
เขากลับไปถึงบ้าน ทุกอย่างกลับปกติ บ้านราคาร้อยกว่าล้านยังตั้งอยู่บนเนินดินเช่นเดิม พ่อไม่ได้ตายเหมือนในข่าวหนังสือพิมพ์ พ่อของเขากำลังยืนรดน้ำต้นไม้อยู่ เขาเดินไปหาพ่อ ก่อนจะโผเข้ากอด
“พ่อก็แค่คิดถึงลูก” เสียงนั้นแผ่วเบา
“ผมก็คิดถึงพ่อครับ”
และหลังจากวันนั้นเขาก็คิดได้ว่า การใช้ชีวิตไม่จำเป็นต้องมีรูปแบบเสมอไป.