ถนนมิตรภาพ ๒๐ - INTO THE WILD : ความสวยงามของชีวิต
posted on 22 Aug 2010 12:28 by sicknesssociety in Project1
ถนนมิตรภาพ ๑๙ - INTO THE WILD : ความสวยงามของชีวิต
ประจำวันจันทร์ที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๕๓
๑.
หลังจากที่คริสเรียนจบมหาวิทยาลัย เขาตัดสินใจออกเดินทางเพียงลำพังเพื่อเรียนรู้ชีวิต เป้าหมายของคริสอยู่ที่อลาสก้า (รัฐที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศสหรัฐอเมริกากัน เนื้อที่กว้างใหญ่ และยังเป็นธรรมชาติอยู่มาก เนื้อที่ส่วนใหญ่ยังไม่มีถนนเข้าถึง ทำให้สัตว์โลกที่หาชมได้ยากสามารถใช้เป็นที่พำนักอาศัยได้อย่างไม่ต้องกลัวการรบกวนจากมนุษย์ผู้บุกรุก อากาศหนาวเหน็บ)
ครอบครัวของเขาตั้งเป้าหมายหลายๆ ไว้ในชีวิต อยากให้เขาเดินไปในทางที่ถูกขีดไว้
คริสเรียนดี โดยเฉพาะวิชาที่ว่าด้วยการเมือง สิทธิมนุษยชน ศาสตร์ของความเป็นมนุษย์ คะแนนของเขาสูงพอที่จะเรียนต่อ ทว่าเขาไม่อยากใช้ชีวิตตามเส้นทางที่ตัวเองไม่ได้เลือกเอง
เขาตัดสินใจหนีจากกรงที่พ่อแม่ขังเอาไว้ ทิ้งรถ เผาเงิน ชีวิตฝากไว้ในเป้ใบเดียว และอนาคตที่ตัวเองไม่รู้จัก เขาเชื่อมั่นว่า มนุษย์สามารถใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติได้ และความฝันก็มีราคาอย่างที่หาค่าไม่ได้
เงินไม่จำเป็นสำหรับเขา เพราะมันทำให้ต้องคอยระวังตัว
จะว่าไปแล้วครอบครัวของเขาก็เพิ่งมาเข้ารูปเข้ารอยไม่นานนี้ ตอนเด็กๆ พ่อแม่ทะเลาะกันทุกวันจนเขากับน้องต้องร้องไห้ เสียน้ำตาเป็นกิจวัตร และสิ่งต่างๆ ในสภาพแวดล้อมเหล่านี้หล่อหลอมตัวตน พ่อและแม่ของเขาคิดเพียงเรื่องธุรกิจ คริสจึงมีโลกส่วนตัว และมีความคิดที่ไม่เหมือนเด็กในวัยเดียวกัน ความคิดของเขาแตกต่างจากคนอื่น
จะไม่แตกต่างได้อย่างไร ในวัย 23 ปี มีใครบ้างที่คิดแบบคริส
ปฏิเสธยากว่า โลกยุคปัจจุบัน ไม่ว่าซีกโลกไหนก็เป็นเหมือนกันหมด บัณฑิตจบใหม่ ส่วนใหญ่ก็วิ่งเข้าหาสายพานของระบบเศรษฐกิจ เพราะเชื่อว่า มีบ้าน มีรถ มีครอบครัว มีเงิน จะทำให้มีความสุข
คำถามคือว่า สิ่งเหล่านี้ สร้างความสุขได้จริงหรือเปล่า
๒.
ความสุขจะมีความหมายเมื่อได้แบ่งปัน
คริสเดินทางไปอย่างเดียวดาย โบกรถ กลางเต็นท์ ล่าสัตว์ ดื่มด่ำธรรมชาติ พบเจอผู้คน เรียนรู้ชีวิต เขาไม่อยากกลับไปบ้าน เพราะบ้านไม่ใช่คำตอบทั้งหมดและจุดหมาย วันที่จบการศึกษา เขามีปากเสียงกับพ่อและแม่ ครอบครัวนั้นจะซื้อรถคันใหม่ให้เขา แต่เขาปฏิเสธ ยืนกรานว่าเขาไม่ได้ต้องการอะไรอีก สิ่งที่เป็นอยู่ สิ่งที่มีอยู่นั้น ดีอยู่แล้ว
เขาเพียงต้องการประสบการณ์ การใช้ชีวิตกลางแจ้ง ความตื่นเต้น และมุ่งหน้าไปตามความฝัน
ทั้งหมดนั้น ไม่ใช่ว่าคริสรังเกียจผู้คน สังคม หรือความสัมพันธ์ แต่ชีวิตมีมากมายกว่านั้น ชีวิตไม่ใช่การเกิดมา ตั้งหน้าตั้งตาเรียนให้ได้คะแนนสูงๆ ตามใบสั่งของครอบครัวและขนบของสังคม จบการศึกษาแล้วได้งานดีๆ มีรายได้สูง รอแต่งงานและใช้ชีวิตกับผู้หญิงที่เพียบพร้อมสมบูรณ์แบบ มีลูกหน้าตาน่ารักน่าชัง มีบ้านหลังใหญ่ รถสวยหรู
แต่ชีวิตคือการลุย ไปในที่ที่ไม่รู้จัก
อย่างที่เขาชอบพูดกับตัวเองว่า “ฉันคือซุปเปอร์ลุย”
๓.
ภาพยนตร์อิงมาจากเรื่องจริงให้แรงบันดาลใจหลากล้น จากหนังสือของ John Krakauer และถูกนำมาถ่ายทอดโดย ฌอนน์ เพนน์
ฉากเปิดเรื่องที่มีบทกวีของไบรอน บอกว่า
“ฉันไม่ได้รักมนุษย์น้อยลง แต่ฉันรักธรรมชาติมากกว่า”
เหมือนบอกกล่าวเรื่องราวที่กำลังจะพบเจอต่อไปข้างหน้าของคริส
คริสชอบอ่านหนังสือ พกหนังสือของ แจ็ก ลอนดอน, ลีโอ ตอลสตอย ออกเดินทาง ไม่ได้พกเพื่อความเท่ และไม่ได้ใช้ถ้อยคำพร่ำเพรื่อเพื่อบ่งบอกว่าตัวเองเท่าทันชีวิต และเจ๋งกว่าคนอื่น แต่เขาหยิบยกถ้อยคำต่างๆ ในหนังสือที่ได้อ่านมาใช้เป็นบทสนทนากับผู้คนได้อย่างถูกที่ทาง กาลเทศะ และให้กำลังใจใครต่อใคร อย่างถ้อยคำของธอร์โรว์ที่เขาใช้สนทนากับสองคู่รักฮิปปี้ที่ได้พบเจอระหว่างทางนั้น
“มากกว่าความรัก เงินทอง ศรัทธา ชื่อเสียง ความชอบธรรม ขอความจริง”
เขาเชื่อในอำนาจของความจริง บอกตัวเองเสมอว่า โปรดเรียกหรือพูดทุกอย่างทุกถ้อยคำในสิ่งที่ถูกและไม่หลอกลวง
๔.
“ของขวัญที่ทะเลมอบให้คือการซัดแรงๆ”
ผมรู้สึกว่า ความยาวมากกว่าสองชั่วโมง ผ่านไปอย่างรวดเร็ว และภาพยนตร์เรื่องนี้ผมดูมันซ้ำมาแล้วไม่ต่ำกว่าสามรอบ ต่างวาระ ตั้งแต่ครั้งยังเรียน อาศัยดูจากคนอื่นๆ จนกระทั่งมีไว้ในครอบครอง ไม่เคยเบื่อ เพราะด้วยเรื่องราวที่บอกเล่านั้นมีเสน่ห์ เปี่ยมแรงบันดาลใจ กล้าเดินออกจากกรอบ เพื่อเรียนรู้โลกภายนอก
ในคราวแรกที่ได้ดู สารภาพว่า ผมอยากใช้ชีวิตอย่างคริส แต่ก็ยังไม่กล้า เพราะหัวใจผมยังไม่เข้มแข็งอย่างเขา ยังไม่กล้าหนีห่างความสัมพันธ์ของใครหลายๆ คน ผมจึงมักดูภาพยนตร์เรื่องนี้เพื่อจัดที่ทางให้กับการดำเนินชีวิต
หากให้จัดลำดับหนังที่ส่งผลกับชีวิตของผม แน่นอนว่ามันคงมีหลายเรื่องพอสมควร แต่ into the wild เป็นเรื่องแรกๆ ที่ผมมักคิดถึง
ผมคิดถึงคริส แม้ว่าชีวิตของเขาจะสั้น แต่มันเป็นชีวิตที่น่าอิจฉาเหลือเกิน เขาจากไปในวัยหนุ่ม ในรถร้างคันเล็กๆ พื้นที่แคบๆ กลางป่า ไม่มีใครรู้ใครเห็น
แต่ผมรู้สึกว่า เขาได้ใช้ชีวิต มากกว่าใครหลายคนที่อายุยืนยาว
ชีวิตสำมะหาอันใด
#1 By !@Leaderdevil-demon@! on 2010-08-22 17:29