sickness_society View my profile

ถนนมิตรภาพ ๑๖– ควันไฟและสายรุ้ง : ท่านทำได้ ถ้าท่านเชื่อว่าท่านสามารถทำได้

ประจำวันจันทร์ที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๕๓

 

              

 

                

 

๑.

มีคนตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับผมและการเขียนหนังสือว่า ช่วงหลังๆ การงานแห่งความรักหรือการขีดๆ เขียนๆ ที่ผมพยายามทำให้เป็นกิจวัตรประจำวันนั้น ดูแผ่วโหย โรยแรง ไปอย่างเห็นได้ชัด

ใช่ว่าผมไม่รู้สึก ผมก็รู้สึกอย่างนั้น

รู้สึกว่าตัวเองพูดเยอะ มากกว่าลงมือทำ

นอกจากการเขียน (บันทึก) ในพื้นที่แห่งนี้แล้ว งานอันเรียกว่า “วรรณกรรม” ผมแทบไม่ขยับเขยื้อน

เขาบอกว่า สิ่งที่ผมขาดหาย คือ “การเดินทาง”

ผมยอมรับ, และมีเหตุผลหลากหลายที่ทำให้ผมไม่ได้เคลื่อนย้ายตัวเองไปไหนต่อไหน

ผมตั้งใจปักหลักอยู่ที่บ้าน ในวันวัยที่อายุและชีวิต ยังกล้าแกร่ง และแข็งแรงต่อโลก พร้อมออกเผชิญเส้นทางวัยหนุ่ม

แต่ผมก็เลือกแล้ว เลือกที่จะอยู่กับครอบครัว ที่มีแต่ผู้หญิง

สิ่งที่พอจะทำได้เกี่ยวกับการเดินทาง จึงเป็นเรื่องที่ลำบากเอาการ ผมจึงทำได้เพียงเก็บเล็กผสมน้อย กับเรื่องราวในชีวิตประจำวันอันหมุนเวียนเป็นวงกลมซ้ำๆ หวังว่ามันคงมีเรื่องแปลกประหลาดเกิดกับตัวเอง พอนำมาสร้างสรรค์เป็นงานเขียนสักชิ้น สองชิ้น ในรอบเดือน

 

๒.

ค่ำที่ราโรยการงาน ผมเพลียหลับยามค่ำ ก่อนจะรู้สึกตัวขึ้นมาอ่าน “ควันไฟและสายรุ้ง” รวดเดียวจบ

บางอย่างเต็มตื้นในใจ บางอย่างในตัวต้องเปลี่ยนแปลง

หนังสือธรรมดา ทว่ามีพลัง

 

๓.

จากจุดต่ำสุด มาสู่จุดสูงสุด เป็นไปได้เสมอ หากมีความอุตสาหะ

จากจุดสูงสุด ร่วงลงสู่จุดต่ำเตี้ย ก็เป็นไปได้อีกเช่นกัน หากชีวิตโดยขาด “ภูมิคุ้มกัน”

สารคดีชีวิตของ “โดม วุฒิชัย” เรียบง่าย ทว่า “งามนิจ” เผยเรื่องราวมุมมืดของตัวเอง

ยาบ้า กัญชา บุหรี่ เหล้า ทั้งหมดทั้งมวลนั้น ไม่เลวร้ายหรอกหากชายใดอยากจะทดลอง ไม่จมปลักอยู่กับมัน แต่ว่าชีวิตของผู้เขียน หลงใหลมันอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ใช่ว่าเป็นตอนวัยรุ่นกล้าแก่นเสียด้วย แต่ลิ้มรสมันในตอนที่อายุเลยสามสิบไปไม่กี่ปี มีลูกสาววัยกำลังน่ารักน่าชัง

ภาพที่จินตนาการจึงดูไม่จืด

การงานพังครืน ครอบครัวขัดสันอัตคัด ทั้งผ่อนบ้าน ดูแลครอบครัว

ลำพังแค่การเป็นนักเขียน และไม่ยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข ก็ดูจะ “ใช้ชีวิตยาก” อยู่แล้ว นี่ยังเป็นนักเขียน ที่ “เขียนไม่ได้” และเอาแต่ “อบายมุข” อย่างเดียว หาเงินมาได้ ก็ลงทุนไปกับความมึนเมาและพาตัวเองหนีออกไปอีกโลกชั่วครู่ชั่วยาม

เพราะเชื่อว่าเป็นทางออก

แต่ไม่รู้เป็นทางออกที่นำไปสู่อะไร

 

๔.

ผมบอกไม่ได้หรอกว่าชีวิตผมเพลี่ยงพล้ำเมื่อวันไหน รู้แต่ว่ามันค่อยๆ เกิดขึ้นจากการกระทำของผมในแต่ละวันนั่นเอง

ชีวิตที่อยู่ก้นเหว ค่อยๆ ป่ายปีนขึ้นมา

เลิกบุหรี่ เลิกกัญชา ยาบ้า สุดท้ายคือแอลกอฮอล์

ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้ทำความดีอะไรมากมาย แต่ทว่าการได้ปิดประตูอบายมุขก็ทำให้ชีวิตเบาสบายขึ้น สิ่งที่พอจะมองเห็นเป็นรูปธรรมก็คือการประหยัดค่าเหล้าค่าเบียร์ไปโดยปริยาย และสิ่งที่มีค่าที่สุดที่ผมได้มาจากการหยุดดื่มก็คือ สติสัมปชัญญะที่สมบูรณ์และสุขภาพที่แข็งแรงขึ้น ซึ่งสองสิ่งนี้ไม่อาจตีค่าเป็นตัวเงินได้

จากที่เคยหยำเป กลายมาเป็นคนที่อยู่กับศีลกับธรรม ประโยคของนโปเลียน ฮิลล์ที่ผู้เขียนเอาไว้เตือนสติตัวเองเสมอคือ “ท่านทำได้ ถ้าท่านเชื่อว่าท่านสามารถทำได้”

การเริ่มต้นชีวิตที่ดีๆ คิดดี ทำดี ไม่มีคำว่าสาย

หลังจากเลิกดื่มแล้ว ผมลองมองย้อนกลับไปจึงเห็นว่าชีวิตที่อยู่ในวงเหล้าและความมึนเมานั้นล้วนอยู่กับความเสี่ยง ที่ผ่านมาผมเดินอยู่บนหน้าผา และยืนหมิ่นเหม่อยู่ที่ปากเหวโดยที่ผมไม่รู้สึกตัว

 

๕.

โดม วุฒิชัย กลับมาเขียนหนังสือ ได้ทำในสิ่งที่รัก ไม่ข้องเกี่ยวกับอบายมุข เขาสร้างวินัยในการเขียน ไม่ผัดวันประกันพรุ่ง เดินทางไปยังที่นั่น ที่นี่ เก็บภาพ เก็บเรื่อง มาเล่าต่อสู่กันฟัง

            เขาพูดในสิ่งที่ควรพูด ไม่ปล่อยปละละเลยตัวแอง

“การพูดเกิดตามธรรมชาติ แต่การไม่พูดเกิดจากความเฉลียวฉลาด”

 

๖.

ผมตัดสินใจเลือกทำงานที่ผมรักและมีความสุขขณะที่ได้ทำคืองานงานเขียนหนังสือ งานเขียนมีหลายประเภท นักเขียนก็มีหลายประเภทเช่นกัน

อาจินต์ ปัญจพรรค์ บอกว่า

“ถ้ายังไม่เคยเขียนนิยายสักเรื่อง อย่าริเรียกตัวเองว่านักเขียน”

ผมไม่รู้ว่าจริง-เท็จ เพียงใด แต่ก็ยังเชื่อว่า คนที่เคยเขียน ก็ยังเขียน ให้เป็นตายร้ายดีอย่างไร เขาก็ต้องกลับมาเขียน ความรัก-ความชอบอย่างนี้ให้ “ดีลีท” ออกไปจากชีวิตก็คงจะเป็นไปไม่ได้

การงานใดก็ตามที่ขึ้นชื่อว่าเป็นงานอิสระและต้องเป็น “นาย” ของตัวเอง การมีวินัยในการทำงานย่อมต้องสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะงานเขียนหนังสือนั้น หากไม่มีวินัยในการทำงานนั้นยากที่จะประสบความสำเร็จได้

 

๗.

ผมเข้าไปอ่านบล็อกของคุณโดม วุฒิชัย บ่อยๆ หลังจากที่ได้อ่านงานเขียนช่วงหลังๆ ของเขา อาทิ เดินทางข้างใน

แม้แต่เขียนบล็อกในพื้นที่สาธารณะ ก็ไม่ใช่งานแบบ “ขอไปที” หรือ “ให้พอผ่าน” แต่ทุกตัวอักษร คนอ่านจะรู้ว่าคนเขียน “ใส่ใจ” มากน้อยเพียงใด

ผมยังไม่มีโอกาสที่จะได้อ่าน “นกทุกตัวมีฟ้าให้บิน” ที่ “โดม วุฒิชัย” เขียนร่วมกับคุณ “ปะการัง”

ด้วยอ้างคำว่าเวลา ทั้งที่เอาเข้าจริงๆ ตัวเองไม่มี “วินัย” มากว่า หนังสือจึงไม่สัมผัสสายตาสักที

 

๘.

ควันไฟ นั้นดูหม่นทึม หมองครึ้ม ไม่สวยงามดังเช่นสายรุ้ง

ควันและสายรุ้ง เหมือนมีชีวิตอยู่คนละเขตของโลก

คำถามคื้อว่า จากนี้ไป เราเลือกที่จะมีชีวิตอย่าง “ควัน” หรือ “รุ้ง”

                                    

                                                         - ชีวิตสำมะหาอันใด

 

Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet


เส้นทางสายนี้ อาจไม่ได้โรยด้วยอะไรทั้งสิ้น
นอกจากตัวเราที่โรยรา บนถนนที่ทอดยาว

เก็บราคาที่ต้องใช้จ่ายในคืน-วัน
ให้เป็นอักษรในความหมายของถอยคำ

ที่ปูเส้นทางสายนี้ ให้ยาวออกไป เท่าที่แรงใจจะไปถึง
และดำรงอยู่ ตามอัตภาพซึ่งพอเหมาะพอควร

เท่านี้เอง สำหรับ คนรัก(ตัว)หนังสือ big smile

#1 By ทิว แอด ไฟน์ on 2010-07-25 21:27